![]() |
การปองกันกําจัด
1. ไมขยายพันธุจากตนที่เปนโรคนี้และระมัดระวังในการนํากิ่งพันธุจากที่อื่นเขาไปปลูกปะปนเนื่องจากมะนาวออนแอตอโรคนี้ไดงาย อาจกระจายแพรเชื้อสูตนอื่นๆ ได
2. ควรปลูกไมบังลมรอบสวนเพื่อชวยลดการเกิดแผลจากการเสียดสีของกิ่งโดยลม เพราะเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคนี้จะเขาทางบาดแผลไดงาย
3. ควรตัดแตงกิ่งที่เปนโรค โดยหมั่นสังเกตและเก็บเอาสวนที่เปนโรคนี้ไปทําลายโดยการเผาไฟ อยาปลอยใหรวงดิน เพราะเชื้อนี้อยูในดินไดขามป
4. ปองกันแมลงกัดหรือทําลายใบโดยเฉพาะหนอนชอนใบ รอยแผลจะเปนชองทางใหเชื้อแบคทีเรียเขาทําลายซ้ําเติมรุนแรงยิ่งขึ้น
5. ควรใชสารประกอบทองแดง เชน คอปเปอรออกซีคลอไรดคอปเปอรออกไซดอัตรา 30-50 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร หรือ สารคอปเปอรไฮดรอกไซดอัตรา 10-12 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร ฉีดปองกันกอนฤดูฝนหรือเกิดโรคเพียงอาการเริ่มแรก ทุก 7-10 วัน โดยเฉพาะในระยะใบออนจนพนระยะการเจริญเติบโตแตสารดังกลาวนี้มิไดกําจัดโรคนี้ไดโดยตรง
6. ถาเปนโรคนี้คอนขางรุนแรงใหใชยาปฏิชีวนะ (สเตรปโตมัยซิน) เชนแอกริมัยซิน. แคงเกอรเอ็กซเปนตน
การใชสารปฏิชีวนะมีราคาแพงและตองใชใหครบตามอัตราที่กําหนดอยางเครงครัด มิฉะนั้นแลวเชื้อแบคทีเรียของโรคนี้จะเกิดการดื้อตอสารปฏิชีวนะที่ใชไดงาย และครั้งตอไปจะใชยานี้ไมไดผล การใชยานี้ควรฉีดพนเมื่ออากาศไมรอน เชน ชวงเชาหรือเย็น เนื่องจากสารดังกลาวสลายตัวเสื่อมฤทธิ์ไดงาย เมื่อถูกความรอนหรือแสงแดด และควรใชสลับกับการใชยาฆาแมลงหรือหนอนชอนใบ หามผสมสารปฏิชีวนะกับสารอื่นใด
ทั้งสิ้นและตองใชผสมน้ําที่สะอาด
1. ไมขยายพันธุจากตนที่เปนโรคนี้และระมัดระวังในการนํากิ่งพันธุจากที่อื่นเขาไปปลูกปะปนเนื่องจากมะนาวออนแอตอโรคนี้ไดงาย อาจกระจายแพรเชื้อสูตนอื่นๆ ได
2. ควรปลูกไมบังลมรอบสวนเพื่อชวยลดการเกิดแผลจากการเสียดสีของกิ่งโดยลม เพราะเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคนี้จะเขาทางบาดแผลไดงาย
3. ควรตัดแตงกิ่งที่เปนโรค โดยหมั่นสังเกตและเก็บเอาสวนที่เปนโรคนี้ไปทําลายโดยการเผาไฟ อยาปลอยใหรวงดิน เพราะเชื้อนี้อยูในดินไดขามป
4. ปองกันแมลงกัดหรือทําลายใบโดยเฉพาะหนอนชอนใบ รอยแผลจะเปนชองทางใหเชื้อแบคทีเรียเขาทําลายซ้ําเติมรุนแรงยิ่งขึ้น
5. ควรใชสารประกอบทองแดง เชน คอปเปอรออกซีคลอไรดคอปเปอรออกไซดอัตรา 30-50 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร หรือ สารคอปเปอรไฮดรอกไซดอัตรา 10-12 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร ฉีดปองกันกอนฤดูฝนหรือเกิดโรคเพียงอาการเริ่มแรก ทุก 7-10 วัน โดยเฉพาะในระยะใบออนจนพนระยะการเจริญเติบโตแตสารดังกลาวนี้มิไดกําจัดโรคนี้ไดโดยตรง
6. ถาเปนโรคนี้คอนขางรุนแรงใหใชยาปฏิชีวนะ (สเตรปโตมัยซิน) เชนแอกริมัยซิน. แคงเกอรเอ็กซเปนตน
การใชสารปฏิชีวนะมีราคาแพงและตองใชใหครบตามอัตราที่กําหนดอยางเครงครัด มิฉะนั้นแลวเชื้อแบคทีเรียของโรคนี้จะเกิดการดื้อตอสารปฏิชีวนะที่ใชไดงาย และครั้งตอไปจะใชยานี้ไมไดผล การใชยานี้ควรฉีดพนเมื่ออากาศไมรอน เชน ชวงเชาหรือเย็น เนื่องจากสารดังกลาวสลายตัวเสื่อมฤทธิ์ไดงาย เมื่อถูกความรอนหรือแสงแดด และควรใชสลับกับการใชยาฆาแมลงหรือหนอนชอนใบ หามผสมสารปฏิชีวนะกับสารอื่นใด
ทั้งสิ้นและตองใชผสมน้ําที่สะอาด
