Searching...

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การปองกันและกําจัดโรคแคงเกอร



การปองกันกําจัด
           1. ไมขยายพันธุจากตนที่เปนโรคนี้และระมัดระวังในการนํากิ่งพันธุจากที่อื่นเขาไปปลูกปะปนเนื่องจากมะนาวออนแอตอโรคนี้ไดงาย อาจกระจายแพรเชื้อสูตนอื่นๆ ได
           2. ควรปลูกไมบังลมรอบสวนเพื่อชวยลดการเกิดแผลจากการเสียดสีของกิ่งโดยลม เพราะเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคนี้จะเขาทางบาดแผลไดงาย
           3. ควรตัดแตงกิ่งที่เปนโรค โดยหมั่นสังเกตและเก็บเอาสวนที่เปนโรคนี้ไปทําลายโดยการเผาไฟ อยาปลอยใหรวงดิน เพราะเชื้อนี้อยูในดินไดขามป
           4. ปองกันแมลงกัดหรือทําลายใบโดยเฉพาะหนอนชอนใบ รอยแผลจะเปนชองทางใหเชื้อแบคทีเรียเขาทําลายซ้ําเติมรุนแรงยิ่งขึ้น
           5. ควรใชสารประกอบทองแดง เชน คอปเปอรออกซีคลอไรดคอปเปอรออกไซดอัตรา 30-50 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร หรือ สารคอปเปอรไฮดรอกไซดอัตรา 10-12 กรัมตอน้ํา 20 ลิตร ฉีดปองกันกอนฤดูฝนหรือเกิดโรคเพียงอาการเริ่มแรก ทุก 7-10 วัน โดยเฉพาะในระยะใบออนจนพนระยะการเจริญเติบโตแตสารดังกลาวนี้มิไดกําจัดโรคนี้ไดโดยตรง
           6. ถาเปนโรคนี้คอนขางรุนแรงใหใชยาปฏิชีวนะ (สเตรปโตมัยซิน) เชนแอกริมัยซิน. แคงเกอรเอ็กซเปนตน

           การใชสารปฏิชีวนะมีราคาแพงและตองใชใหครบตามอัตราที่กําหนดอยางเครงครัด มิฉะนั้นแลวเชื้อแบคทีเรียของโรคนี้จะเกิดการดื้อตอสารปฏิชีวนะที่ใชไดงาย และครั้งตอไปจะใชยานี้ไมไดผล การใชยานี้ควรฉีดพนเมื่ออากาศไมรอน เชน ชวงเชาหรือเย็น เนื่องจากสารดังกลาวสลายตัวเสื่อมฤทธิ์ไดงาย เมื่อถูกความรอนหรือแสงแดด และควรใชสลับกับการใชยาฆาแมลงหรือหนอนชอนใบ หามผสมสารปฏิชีวนะกับสารอื่นใด
ทั้งสิ้นและตองใชผสมน้ําที่สะอาด